Skip Navigation Linksหน้าแรก > สุขภาพ > สุขภาพจากเรา > โรคโลหิตจางที่เกิดจากไขกระดูกฝ่อ


โรคโลหิตจางที่เกิดจากไขกระดูกฝ่อ

โรคโลหิตจางจากไขกระดูกฝ่อ ชื่อดูน่ากลัว ซึ่งก็น่ากลัวสมชื่อนะคะ แต่สามารถรักษาให้หายขาดได้ค่ะ
 


ปัจจัยเกิดโรคโลหิตจางจากไขกระดูกฝ่อ
โลหิตจางจากไขกระดูกฝ่อ ที่จะเน้นคือโรคที่เกิดขึ้นในภายหลัง ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะพันธุกรรม โดยส่วนใหญ่พบในเด็กอายุตั้งแต่ 2-3 ขวบ แต่พบมากในเด็กอายุ 5 ขวบขึ้นไป เพราะโรคนี้เกิดมาจากการสะสมสารพิษเอาไว้ในร่างกายส่วนหนึ่ง ซึ่งสาเหตุหรือปัจจัยการเกิดโรคมี 2 แบบ

1. เกิดจากการกินยาบางชนิด เช่น ยาแก้อักเสบ ยากันชัก ยาต้านมาลาเรีย ซึ่งยาเหล่านี้อาจทำให้ไขกระดูกเสื่อมได้ รวมถึงสารเคมีต่าง ๆ ที่เราใช้กันในบ้าน เช่น ยาฉีดยุง ยาฆ่าแมลง รวมทั้งน้ำมันเบนซินหรือกาว หากเด็กที่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีการใช้สารเคมีเป็นประจำ หรือได้รับสารเคมีต่าง ๆ เหล่านี้มาก ๆ แล้วมีการสะสมในร่างกาย ก็อาจเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้ได้

2. เกิดจากการติดเชื้อต่าง ๆ เชื้อโรคต่าง ๆ เช่น โรคไวรัสตับอักเสบ หรือโรคเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโรคในเด็กหลาย ๆ ตัว ก็อาจทำให้เกิดโรคโลหิตจางจากไขกระดูกฝ่อตามมาได้ค่ะ

อาการไขกระดูกฝ่อ
โรคโลหิตจางจากไขกระดูกฝ่อ เป็นภาวะที่ไขกระดูกไม่สามารถสร้างเม็ดเลือดได้ ประกอบด้วยเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว และเกร็ดเลือด โดยเม็ดเลือดแดงมีหน้าที่ช่วยขนถ่ายออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ทำให้เราแข็งแรง เม็ดเลือดขาวเป็นเสมือนพระเอกที่ต่อสู้กับผู้ร้ายอย่างเชื้อโรค หากเม็ดเลือดขาวต่ำ โอกาสของการติดเชื้อโรคก็จะง่ายขึ้น ส่วนเกร็ดเลือดมีหน้าที่ในการห้ามเลือด ไม่ให้เลือดออกมากเกินไป ฉะนั้นคนไข้ที่มีอาการไขกระดูกฝ่อ จึงมีอาการตัวซีด ติดเชื้อได้ง่าย มีจุดจ้ำเลือดตามตัว มีเลือดกำเดาไหลไม่หยุด และหากมีบาดแผลใด ๆ เลือดก็จะไหลออกมาก หรือไหลไม่หยุดได้

ความรุนแรง 3 ระดับ
การวัดระดับความรุนแรงของโรค แพทย์จะวินิจฉัยโดยพิจาณาจากเม็ดเลือดขาว เม็ดเลือดแดง และเกร็ดเลือด ว่ามีเกณฑ์สูงต่ำมากน้อยแค่ไหน โดยจะทำการรักษาตามระดับความรุนแรงของโรคต่อไป

รุนแรงมาก การรักษาจะค่อนข้างยากค่ะ ส่วนใหญ่รักษาด้วยการให้ยาในการกดภูมิบางส่วน เพื่อให้เซลล์ในตัวของผู้ป่วยสามารถสร้างขึ้นเองได้ แต่ค่าใช้จ่ายในการรักษาค่อนข้างแพง หรือประมาณ 500,000 บาทต่อคน ซึ่งการรักษาด้วยวิธีนี้เห็นผลเพียงประมาณ 50-60 %

ส่วนการรักษาที่ได้ผลดีนั้น คือการปลูกถ่ายไขกระดูก แต่จะต้องอาศัยเซลล์ต้นกำเนิดจากพี่หรือน้อง ที่มีไขกระดูกเข้ากันได้กับผู้ป่วย ซึ่งการรักษาด้วยวิธีนี้สามารถมีโอกาสทำให้โรคนี้หายเป็นปกติได้ถึง 80% แต่ค่าใช้จ่ายในการรักษาก็ย่อมสูงขึ้น อยู่ที่ประมาณ 800,000-1,000,000 บาท

รุนแรงปานกลางและรุนแรงน้อย แพทย์มักจะใช้ยารักษา เช่น ยากดภูมิ ยาฮอร์โมนเพศชาย โดยเฉพาะยาฮอร์โมนเพศชาย มีการวิจัยบอกว่า เป็นยาที่ช่วยให้ไขกระดูกฟื้นขึ้นมาได้ แต่อาจมีผลข้างเคียงเกิดขึ้นได้ เช่น มีสิวขึ้น มีขนขึ้นมาก มีกลิ่นตัว รวมถึงเสียงแตกห้าวเหมือนผู้ชาย แต่คุณแม่อย่าเพิ่งกังวลไปค่ะ เพราะอาการเหล่านี้จะเป็นแค่ชั่วคราวในช่วงระหว่างการรักษาเท่านั้น เมื่อหยุดยาแล้วอาการต่างๆ ก็จะดีขึ้น และเมื่อได้รับการรักษาแล้วผู้ป่วยสามารถกลับมาเป็นปกติได้

ป้องกันไว้ก่อนสายเกินแก้
โรคโลหิตจางจากไขกระดุกฝ่อ เป็นโรคที่มีค่าใช้จ่ายในการรักษาสูงมาก และต้องใช้ระยะเวลาในการรักษาอย่างต่อเนื่อง ฉะนั้นการป้องกันจึงเป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ สามารถช่วยดูแลเอาใจใส่ให้ลูกห่างไกลโรคนี้ได้ ด้วยการระมัดระวังสิ่งแวดล้อมในบ้าน เช่น ทุกครั้งที่ใช้ยาฆ่าแมลงต่าง ๆ แล้วควรเก็บให้พ้นมือเด็ก หรือพยายามให้ลูกอยู่ห่างบริเวณที่ใช้ เพราะหากเขาสูดดมเข้าไปเป็นประจำอาจเกิดการสะสมได้ ที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงการซื้อยาทานเอง หากไม่สบายควรพาลูกไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญดีที่สุดค่ะ

หากพบว่าลูกมีอาการจุดจ้ำเลือดตามตัว มีไข้เป็น ๆ หาย ๆ หรือไข้ไม่ลงสักทีนานเกิน 7 วัน ควรจะรีบพามาพบแพทย์ เพราะอาการเหล่านี้อาจเป็นอาการเริ่มต้นของโรคมะเร็งเม็ดเลือด หรือกระดูกฝ่อก็ได้ ด้วยลักษณะอาการเริ่มต้นที่คล้าย ๆ กัน จึงจำเป็นต้องรีบพาลูกไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยโรคที่ถูกต้อง และทำการรักษาได้ทันเวลาค่ะ

พ่อแม่ = กำลังสำคัญ
คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกเป็นโรคนี้จะต้องมีกำลังที่ดี ค่อย ๆ ต่อสู้ไปนะคะ โรคนี้รักษาไม่ยาก แต่ต้องรักษาอย่างต่อเนื่อง และมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ซึ่งสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่จะต้องปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอก็คือ

1. ต้องมาติดตามการรักษาอย่างต่อเนื่องกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
2. พยายามรักษาความสะอาดและเรื่องอาหารการกินทั้งหมดให้ลูก เพราะโรคนี้จะติดเชื้อได้ง่าย จึงทำเป็นต้องกินอาหารสุกเท่านั้น ไม่ควรกินผักและผลไม้สด หรืออาหารที่ไม่สะอาด
3. ถ้ามีอาการเลือดออกรุนแรงต้องรีบพามาพบแพทย์ทันที

โรคนี้สามารถรักษาหายขาดได้ หากรักษาทันในระดับที่ไม่รุนแรง แต่นอกเหนือสิ่งอื่นใดก็คือ ยาวิเศษจากคุณพ่อคุณแม่ที่เป็นทั้งกำลังกายและกำลังใจสำคัญ ที่จะช่วยให้เขาผ่านช่วงแย่ ๆ นี้ไปได้ค่ะ

ที่มา รักลูก






Link ล่าสุด



Link ที่เกี่ยวข้อง

04/04/2013 จำนวนผู้อ่าน 1779 ครั้ง คะแนน0 คะแนน

* กรุณา เข้าสู่ระบบ ก่อนทำการ แสดงความคิดเห็น หรือ สมัครสมาชิก

ชื่อผู้ใช้งาน
รหัสผ่าน
จำผู้ใช้ระบบ

Most View สุขภาพ

  1. 7 ข้อห้าม หลังคลอด ส...

    จำนวนผู้อ่าน 292843 ครั้ง

  2. มาทายเพศของลูกในท้อง...

    จำนวนผู้อ่าน 266409 ครั้ง

  3. 7 ข้อห้าม หลังคลอด ส...

    จำนวนผู้อ่าน 260016 ครั้ง

  4. 7 ข้อห้าม หลังคลอด ส...

    จำนวนผู้อ่าน 258069 ครั้ง

  5. 7 ข้อห้าม หลังคลอด ส...

    จำนวนผู้อ่าน 247949 ครั้ง

luminos-media
facebook tinyzone
twitter tinyzone
ubicq
sabinie
advertise