Skip Navigation Linksหน้าแรก > สุขภาพ > สุขภาพจากเรา > การขอเบิกเงินประกันสังคมกรณีคลอดบุตร


การขอเบิกเงินประกันสังคมกรณีคลอดบุตร

หลักเกณฑ์และสิทธิประโยชน์

การตรวจสอบสิทธิ

ตรวจสอบว่าผู้ประกันตนเป็นลูกจ้างในสถานประกอบการที่ได้รับการลดส่วนกรณีคลอดบุตรหรือไม่  ถ้าใช่ให้วินิจฉัยเป็นกรณีไม่มีสิทธิ

ตรวจสอบประวัติการขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีคลอดบุตรของผู้ประกันตน ถ้าเคยใช้สิทธิครบ 2 ครั้งแล้วให้วินิจฉัยเป็นกรณีไม่มีสิทธิ 
 

ตรวจสอบวันที่คลอดบุตร

1. คลอดบุตรก่อนวันที่ 1 มกราคม 2550 ใช้สิทธิตามประกาศคณะกรรมการการแพทย์ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 เรื่อง หลักเกณฑ์และอัตราสำหรับประโยชน์ทดแทนในกรณีคลอดบุตร ลงวันที่ 27  ตุลาคม พ.ศ. 2548

2. คลอดบุตรตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2550 ใช้สิทธิตามประกาศคณะกรรมการการแพทย์ ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 เรื่อง หลักเกณฑ์และอัตราสำหรับประโยชน์ทดแทน ในกรณีคลอดบุตร ลงวันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549 

3. ตรวจสอบการจ่ายเงินสมทบครบ 7 เดือนภายใน 15 เดือนก่อนเดือนที่คลอดบุตร    ถ้าไม่ครบ 7 เดือนให้วินิจฉัยเป็นกรณีไม่มีสิทธิ
 
การวินิจฉัยการเบิกกรณีคลอดบุตร

1. คลอดบุตรตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2550 เวลา 00.00 น. เป็นต้นไป
คลอดบุตรที่ใดก็ได้ ให้วินิจฉัยจ่ายค่าบริการทางการแพทย์เหมาจ่าย กรณีคลอดบุตรให้แก่ผู้ประกันตนในอัตรา 12,000 บาทต่อการคลอดบุตรหนึ่งครั้ง

2.กรณีผู้ประกันตนเข้ารับบริการทางการแพทย์กรณีคลอดบุตรในสถานพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิฯก่อนวันที่ 1 มกราคม 2550 แต่มีการคลอดบุตรตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2550  ตั้งแต่เวลา 00.00 น. เป็นต้นไป  สถานพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิฯยังต้องรับผิดชอบจนสิ้นสุด   การรักษาผู้ประกันตนไม่ต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาล และผู้ประกันตนสามารถนำสูติบัตรมาขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีคลอดบุตรได้ ให้วินิจฉัยจ่ายค่าบริการทางการแพทย์เหมาจ่ายกรณีคลอดบุตรให้แก่ผู้ประกันตนในอัตรา 12,000 บาทต่อการคลอดบุตรหนึ่งครั้ง 


 หลักฐานที่ต้องใช้เพื่อขอรับประโยชน์ทดแทน


การตรวจสอบเอกสาร

1.ตรวจสอบแบบคำขอรับประโยชน์ทดแทน สปส. 2-01 ผู้ประกันตนกรอกข้อความครบถ้วนพร้อมลงลายมือชื่อผู้ยื่นคำขอ

2.ตรวจสอบสำเนาสูติบัตรบุตรคนที่จะใช้สิทธิ

     2.1กรณีผู้ประกันตนหญิงใช้สิทธิ ให้ตรวจสอบชื่อมารดาของบุตรในสูติบัตรว่าถูกต้องตรงกับชื่อ-ชื่อสกุลของผู้ประกันตนหรือไม่ 

     2.2กรณีผู้ประกันตนชายใช้สิทธิ ให้ตรวจสอบชื่อบิดาของบุตรในสูติบัตรว่าถูกต้อง ตรงกับชื่อ-ชื่อสกุลของผู้ประกันหรือไม่ และตรวจสอบชื่อมารดาของบุตรในสูติบัตรว่าถูกต้องตรงกับชื่อ-ชื่อสกุลของคู่สมรส หรือหญิงซึ่งอยู่กินฉันสามีภริยากับผู้ประกันตนตามทะเบียนสมรสหรือหนังสือรับรองของผู้ประกันตนกรณีไม่มีทะเบียนสมรสหรือไม่

     2.3ถ้าไม่ถูกต้องตรงกันเนื่องจากสูติบัตรพิมพ์ผิด ให้ผู้ประกันตนนำสูติบัตรกลับไปให้หน่วยงานที่ออกสูติบัตรแก้ไข  ถ้าไม่ถูกต้องตรงกันเนื่องจากมีการเปลี่ยนชื่อ-ชื่อสกุล   ให้ขอสำเนาหลักฐานการเปลี่ยนชื่อ-ชื่อสกุล  หรือหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น ใบหย่า   


ขั้นตอนการขอรับประโยชน์ทดแทน

1.ผู้ประกันตนต้องกรอกแบบ สปส. 2-01 พร้อมลงลายมือชื่อและนำมายื่นหรือให้ผู้อื่นมายื่นที่สำนักงานประกันสังคมจังหวัด / สำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่พร้อมหลักฐานหรือยื่นขอรับทางไปรษณีย์ โดยมีหลักฐานครบถ้วน
2.เจ้าหน้าที่ตรวจหลักฐานและพิจารณาอนุมัติ
3.สำนักงานประกันสังคมมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณา
4.พิจารณาสั่งจ่าย 
     4.1เงินสด / เช็ค (ผู้มีสิทธิมาขอรับด้วยตนเองหรือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมารับแทน)  
     4.2ส่งธนาณัติให้ผู้ประกันตน
     4.3โอนเข้าบัญชีธนาคาร ตามบัญชีของผู้ขอรับประโยชน์ทดแทน 
 
 






Link ล่าสุด



Link ที่เกี่ยวข้อง

04/04/2013 จำนวนผู้อ่าน 26236 ครั้ง คะแนน5 คะแนน

* กรุณา เข้าสู่ระบบ ก่อนทำการ แสดงความคิดเห็น หรือ สมัครสมาชิก

ชื่อผู้ใช้งาน
รหัสผ่าน
จำผู้ใช้ระบบ

Most View สุขภาพ

  1. 7 ข้อห้าม หลังคลอด ส...

    จำนวนผู้อ่าน 225628 ครั้ง

  2. มาทายเพศของลูกในท้อง...

    จำนวนผู้อ่าน 222810 ครั้ง

  3. 7 ข้อห้าม หลังคลอด ส...

    จำนวนผู้อ่าน 192801 ครั้ง

  4. 7 ข้อห้าม หลังคลอด ส...

    จำนวนผู้อ่าน 190854 ครั้ง

  5. 7 ข้อห้าม หลังคลอด ส...

    จำนวนผู้อ่าน 180734 ครั้ง

luminos-media
facebook tinyzone
twitter tinyzone
ubicq
sabinie
advertise