Skip Navigation Linksหน้าแรก > สุขภาพ > สุขภาพจากเรา > ฟันน้ำนม ช่วงอายุ จำนวน การดูแลรักษา


ฟันน้ำนม ช่วงอายุ จำนวน การดูแลรักษา

ฟันน้ำนม เป็นฟันชุดแรก มีทั้งหมด 20 ซี่ ฟันน้ำนมซี่แรกจะขึ้นเมื่ออายุประมาณ 6 เดือน และจะขึ้นครบ 20 ซี่เมื่ออายุประมาณ 2 ปีครึ่ง

ฟันน้ำนม จะมีลักษณะต่างจากฟันแท้คือ ฟันจะซี่เล็กกว่า และมีสีขาวกว่าฟันแท้ ในเด็กที่มีแต่ฟันน้ำนม จะเห็นได้ว่า ฟันจะมีลักษณะห่างกัน ไม่ชิดกันในแต่ละซี่ อันนี้เป็นลักษณะปกติในฟันน้ำนม เพราะฟันแท้ที่ขึ้นมาแทนจะมีซี่ใหญ่กว่าและ จะทำให้ช่องว่าง พวกนั้นหมดไปเอง แต่ถ้าเด็กคนใดมีฟันน้ำนมเรียงชิดกันสวยงาม อาจจะเป็นได้ว่า ฟันแท้มักจะเก ซ้อนกัน หรือไม่มีที่ขึ้น  ซึ่งจะต้องรับการจัดฟันในอนาคต
 


หลายๆคนคิดว่าฟันน้ำนมไม่มีรากฟัน แท้ที่จริงแล้วฟันน้ำนมมีรากฟันเช่นเดียวกับฟันแท้ แต่ว่าเมื่อฟันแท้กำลังขึ้นมาแทนที่ รากของฟันน้ำนมจะค่อยๆละลายหายไป จนเมื่อรากฟันละลายหายไปจนหมด ฟันก็หลุดออกมาเอง คนทั่วไปจึงเห็นว่าฟันน้ำนมที่หลุดออกมาไม่มีรากและก็เลยคิดไปว่ามันไม่มีรากฟัน

ประโยชน์ของฟันน้ำนม

1. เพื่อให้เด็กใช้เคี้ยวอาหาร   เด็กที่ฟันผุส่วนใหญ่จะเคี้ยวอาหารไม่ค่อยได้ มักจะดูดนมเสียมากกว่า เด็กพวกนี้ถึงแม้ว่าจะอ้วนสมบูรณ์ แต่จริงๆแล้วร่างกายมักไม่ค่อยแข็งแรง เนื่องจากเด็กได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน
2. ช่วยให้ใบหน้าสวยงาม และสร้างความสมดุลในระบบการบดเคี้ยว
3. ช่วยในการออกเสียงให้ถูกต้อง
4. เป็นแนวทางในการขึ้นของฟันแท้ที่จะขึ้นมาแทนที่ตามเวลา  หากถอนฟันน้ำนมออกไปก่อนกำหนด ฟันแท้ก็ยังจะไม่ขึ้น  ฟันน้ำนมที่เหลืออยู่ก็จะเคลื่อนที่เข้ามาในช่องว่าง เป็นสาเหตุให้ฟันแท้ขึ้นมาซ้อนเกได้

การสบฟันที่ผิดปกติ

การสบฟัน หมายถึง การกัดฟันบนและฟันล่างเข้าด้วยกันในตำแหน่งที่ฟันหลังแตะกันมากที่สุด

การสบฟันหน้า หมายถึง ฟันบนจะสบครอบฟันล่างประมาณครึ่งซี่หันและยื่นเลยฟันหน้าล่างออกมาทางด้านหน้าไม้เกิน 2 มม. หรือในกรณีที่มีการสึกของฟัน เนื่องมาจากการบดเคี้ยวอาจพบลักษณะของการสบฟันหน้าในลักษณะที่ปลายฟันบนและฟันล่างสบเสมอกัน

การสบฟันหลัง หมายถึง ฟันกรามบนจะสบสับหว่างกับฟันกรามล่าง ในลักษณะที่ฟันกรามบนจะคร่อมฟันกรามล่างออกมาทางด้านแก้ม ประมาณครึ่งหนึ่งของความกว้างของฟัน

ความผิดปกติของฟันน้ำนมอาจเกิดจาก

- ขนาด และรูปร่างของฟัน
- จำนวนฟัน
- การเรียงตัวของฟัน
- การสบฟัน
 


ขนาดและรูปร่างของฟัน ความผิดปกติที่เกิดจากขนาดและรูปร่างของฟัน ได้แก่

- ฟันที่มีขนาดใหญ่กว่าปกติ
- ฟันขนาดเล็กผิดปกติ
- ฟันแฝด อาจเกิดจากการแบ่งตัวที่ไม่สมบูรณ์ หรือเกิดจากการรวมตัวกันของหน่อฟัน 2 ซี่ มักมีผลให้ฟันแท้ที่อยู่ข้างใต้ขึ้นช้ากว่าปกติ

จำนวนของฟันน้ำนมความผิดปกติของจำนวนฟันน้ำนม ได้แก่

- ฟันเกิน พบได้บ่อยในฟันหน้ามากกว่าฟันหลัง และในขากรรไกรบนมากกว่าในขากรรไกรล่าง
- ฟันไม่ครบ พบได้บ่อยในฟันหน้าล่าง บางครั้ง อาจเกิดเนื่องจากการมีฟันแฝดทำให้จำนวนฟันลดลง

การเรียงตัวของฟันที่ผิดปกติได้แก่

- ฟันห่าง อาจเกิดจากขนาดของฟันเล็ก หรือขนาดขากรรไกรใหญ่ผิดปกติ หรือมีฟันขาดหายไปหลายซี่ หรือ เกิดจากขนาดของพังผืดที่เกาะอยู่บริเวณเหงือกมากและเกาะต่ำกว่าปกติ
- ฟันซ้อนเก อาจเกิดจากขนาดของฟันใหญ่หรือขากรรไกรเล็กกว่าปกติ

การสบฟันที่ผิดปกติ
การสบฟัน หมายถึง การกัดฟันบนและล่างเข้าด้วยกัน ความผิดปกติของการสบฟันอาจพบได้ทั้งในแนวดิ่ง แนวหน้า- หลัง และแนวระนาบซ้าย-ขวาของใบหน้า

ความผิดปกติของการสบฟันในแนวดิ่งของใบหน้า ได้แก่

- ฟันหน้าสบลึก
- ฟันหน้าสบเปิด

ความผิดปกติของการสบฟันในแนวหน้า-หลัง หรือเมื่อมองทางด้านข้าง ได้แก่

- ฟันหน้าบนยื่น
- ฟันหน้าบนหลุบ (คางยื่น)

ความผิดปกติการสบฟันในแนวระนาบซ้าย-ขวา หรือสบฟันคร่อมผิดปกติ หมายถึง การที่ฟันหลังบนคลุมฟันหน้าล่าง โดยเหลื่อมออกมาทางด้านแก้มมากเกินไป หรือฟันล่างคลุมฟันหลังบน โดยความผิดปกติดังกล่าวอาจเกิดขึ้นเฉพาะฟันหลังบางซี่ หรือฟันหลังแทบทุกซี่ในด้านซ้าย หรือด้านขวา หรือทั้ง 2 ด้านก็ได้

สาเหตุของความผิดปกติ

1. พันธุกรรม ที่สามารถสืบทอดจากพ่อแม่ได้ ได้แก่จำนวนฟัน ขนาด และรูปร่างของฟัน ขนาดขากรรไกร และรูปร่างของใบหน้า เช่น การมีฟันเกิน มีฟันแฝด หรือ มีคางยื่น เป็นต้น

2. ลักษณะนิสัย ที่ทำให้เกิดแรงที่ผิดปกติต่อใบหน้าและฟัน ได้แก่ การดูดนิ้ว ดูดนมขวด หรือจุกนมปลอม การกัดริมฝีปากหรือวัสดุสิ่งของต่าง ๆ

3. อุบัติเหตุ อาจทำให้เกิดแรงต่อตัวฟัน ฟันอาจแตก หรือ หัก มีการเปลี่ยนสีของฟันคล้ำมากขึ้น หรือมีตำแหน่งที่ผิดปกติไปจากเดิม หรือ อาจมีผลต่อขากรรไกรและใบหน้า ทำให้เกิดการสบฟันที่ผิดปกติ หรือมีการเจริญของใบหน้าไม่สมดุลกัน

นิสัยทีมีผลต่อตัวฟัน
นิสัยที่เกี่ยวกับช่องปากที่ทำให้เกิดผลเสียต่อตัวฟัน กระดูกขากรรไกร และใบหน้าที่พบได้บ่อยในวัยเด็กเล็ก ได้แก่ การดูดนิ้ว

การดูดนิ้วนับเป็นพฤติกรรมปกติในเด็กทารก ที่ใช้ปากเพื่อดูดนม และทำความรู้จักกับสิ่งใหม่ ๆ รอบตัว โดยทั่วไปเมื่อเด็กโตขึ้นจะค่อย ๆ เลิกดูดนิ้วไปเอง

ในกรณีที่เด็กยังคงมีนิสัยดูดนิ้วหรือจุกนมปลอมหลังอายุ 3-4 ปี จัดเป็นความผิดปกติที่ควรแก้ไข เพราะการดูดนิ้วบ่อย ๆ และนาน ๆ อาจทำให้เกิดฟันหน้าสบเปิด (ฟันหน้าบนและล่างไม่สบกัน) ฟันยื่น หรือ ฟันหลังสบผิดปกติได้

กลไกของแรงที่ส่งผลถึงฟันในขณะดูดนิ้ว
 


1. แรงของนิ้วที่อยู่ในปากด้านที่ติดกับฟันบนจะดันฟันบนให้ขยับตัวออกมาทางด้านหน้า และแหงนตัวสูงขึ้น มีผลทำให้ฟันหน้ายื่น

2. แรงของนิ้วที่อยู่ในปากด้านที่ติดกับฟันหน้าล่าง จะกดฟันหน้าล่างให้จมลงและถูกผลักให้เอียงเข้าไปทางด้านลิ้น มีผลให้ฟันหน้าล่างหลุบเข้ามาด้านในและซ้อนเก

3. การอมนิ้วทำให้ต้องอ้าปากมากกว่าปกติ เมื่อฟันหลังบนและล่างอยู่ห่างจากกันนาน ๆ อาจทำให้เดการยาวของฟันหลังเข้าหากัน มีผลให้ฟันหน้าบนและล่างกัดกันได้น้อยกว่าปกติ

นอกจากนี้ แรงกดจากกล้ามเนื้อข้างแก้มในขณะดูดนิ้ว ยังอาจมีผลต่อตำแหน่งของฟันกรามบน โดยฟันกรามบนจะถูกบีบเข้าหากัน ทำให้ขากรรไกรบนแคบ และ มีการสบคร่อมของฟันหลังผิดปกติ

ผลเสียของการดูดนิ้ว
 
- ฟันหน้ายื่น
- ฟันหน้าสบเปิด
- มีลิ้นออกมาแทรกขณะกลืน
 


เมื่อฟันหน้าสบเปิด (ฟันหน้าบนและล่างไม่ชนกัน) จะทำให้ขาดเครื่องช่วยกันลิ้นทั้งในเวลาปกติและในขณะกลืน เด็กจึงมักยื่นลิ้นออกมาแทรก ระหว่างฟันบนและฟันล่าง ซึ่งมีผลให้ฟันหน้าสบเปิดมากขึ้น

ลักษณะและความรุนแรงของความผิดปกติขึ้นอยู่กับ

- ระยะเวลา เป็นปัจจัยสำคัญที่สุด กล่าวคืน ยิ่งดูดนาน จะยิ่งมีความผิดปกติมาก
- แรงที่ใช้ในการดูด
- ตำแหน่งการวางนิ้ว มีผลต่อทิศทางของแรงซึ่งอาจทำให้เกิดความผิดปกติของฟันได้ต่าง ๆ กัน

การกัดเล็บ
เด็กที่ใช้ฟันหน้ากัดเล็บ หรือวัตถุอื่นบ่อย ๆ นอกจากจะเป็นการเปิดช่องทางให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้โดยง่ายแล้ว ยังอาจทำให้เกิดความผิดปกติของตำแหน่งฟัน ฟันสึก หรือ เหงือกร่น ได้
 


เด็กบางคนอาจชอบกัดหรือดูดริมฝีปากล่างเล่นบ่อย ๆ โดยไม่รู้ตัว ทำให้ฟันหน้าได้รับแรงเพิ่มขึ้นจนอาจมีตำแหน่งผิดปกติได้ เช่น ฟันหน้าบนยื่น ฟันหน้าล่างล้มเข้าด้านในและซ้อนเก เป็นต้น

การกลืนผิดปกติ
หมายถึง ลักษณะการใช้ลิ้นยื่นออกมาดุนฟันหน้าขณะกลืนน้ำลาย พบได้บ่อย ในเด็กที่ดูดนิ้ว จุกนมปลอม หรือดูดขวดนมนาน ๆ การที่ลิ้นแทรกอยู่ระหว่างฟันหน้าจนเป็นนิสัยอาจทำให้ฟันหน้าห่าง หรือ ฟันยื่น หรือ ฟันหน้าสบเปิดได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของลิ้นในขณะกลืนว่าจะทำให้แรงที่มากกว่ากกว่าปกติเกิดกับฟันบริเวณใด

คำแนะนำ
ความผิดปกติของฟันน้ำนมที่เกิดจากลักษณะนิสัย จะไม่มีผลต่อฟันแท้ ถ้าสามารถเลิกนิสัยนั้นได้ก่อนที่ฟันแท้จะขึ้น ดังนั้น หากพบนิสัยผิดปกติเหล่านี้ในเด็กเล็กควรพยายามดำเนินการแก้ไขเป็นลำดับ ดังนี้

1. เบี่ยงเบนความสนใจ โดยให้เด็กมีกิจกรรมอื่นทดแทน เช่น การวาดภาพ การต่อรูป หรือการร้องเพลง หากเด็กดูดนิ้วหรือจุกนมในช่วงเวลากลางคืน เมื่อหลับแล้วให้ค่อย ๆ ดึงมือ หรือจุกนมออกทุกครั้ง

2. อธิบาย ให้เด็กเข้าใจว่า นิสัยเกี่ยวกับช่องปากอาจทำให้เกิดผลเสียอย่างไรได้บ้าง ในกรณีที่เด็กโตที่จะรับฟังเหตุผล พยายามพูดคุยกับเด็กวัยต่าง ๆ ด้วยคำง่าย ๆ หลีกเลี่ยงการลงโทษ หรือดุว่าอย่างรุนแรง เพราะอาจทำให้เกิดความกดดันต่อเด็ก โดยทั่วไปเด็กที่โตพอ จะเข้าใจเหตุผลและเต็มใจที่จะเลิกนิสัยนั้น ถ้ามีการชักจูงที่ดี ไม่ควรบังคับเด็ก แต่ควรใช้วิธีพูดคุยเพื่อจูงใจมากกว่า

3. ใช้เครื่องเตือนใจ เพื่อป้องกันการเผลอในเด็กที่เต็มใจให้ความร่วมมือ เช่น ใช้พลาสเตอร์พันหลวม ๆ ที่นิ้ว เมื่อเด็กเอานิ้วเข้าปากจะรู้สึกต่างจากเดิม ช่วยเตือนใจให้เด็กรู้ตัวว่าจะไม่ทำพฤติกรรมอย่างนั้นอีก

4.ให้กำลังใจแก่เด็กเมื่อเด็กลด หรือเลิกนิสัยได้ (อาจเป็นคำชมเชย หรือ ให้รางวัล เป็นต้น)

5. ปรึกษาทันตแพทย์ หากเด็กยังสามารถเลิกนิสัยได้เอง ทันตแพทย์อาจใช้เครื่องมือจัดฟันบางชนิดใส่ให้เด็กเพื่อให้เด็กเตือนใจ และขัดขวางไม่ให้มีพฤติกรรมนั้นโดยง่าย






Link ล่าสุด



Link ที่เกี่ยวข้อง

04/04/2013 จำนวนผู้อ่าน 20801 ครั้ง คะแนน7 คะแนน

* กรุณา เข้าสู่ระบบ ก่อนทำการ แสดงความคิดเห็น หรือ สมัครสมาชิก

ชื่อผู้ใช้งาน
รหัสผ่าน
จำผู้ใช้ระบบ

Most View สุขภาพ

  1. 7 ข้อห้าม หลังคลอด ส...

    จำนวนผู้อ่าน 224980 ครั้ง

  2. มาทายเพศของลูกในท้อง...

    จำนวนผู้อ่าน 222444 ครั้ง

  3. 7 ข้อห้าม หลังคลอด ส...

    จำนวนผู้อ่าน 192153 ครั้ง

  4. 7 ข้อห้าม หลังคลอด ส...

    จำนวนผู้อ่าน 190206 ครั้ง

  5. 7 ข้อห้าม หลังคลอด ส...

    จำนวนผู้อ่าน 180086 ครั้ง

luminos-media
facebook tinyzone
twitter tinyzone
ubicq
sabinie
advertise