Skip Navigation Linksหน้าแรก > หนูเที่ยว > หนูเที่ยวจากเรา > เที่ยว ตลาดสามชุกร้อยปี จังหวัดสุพรรณบุรี


เที่ยว ตลาดสามชุกร้อยปี จังหวัดสุพรรณบุรี

รางวัลแห่งความภูมิใจของคนไทยและชาวตลาดสามชุก องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ประจำประเทศไทย ได้ประกาศผลการประกวดโครงการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมในภูมิภาคเอเชีย และแปซิฟิก ประจำปี 2552 โดยสามชุกตลาดร้อยปีได้รับรางวัล "อนุรักษ์ดี (Award of Merit)" ประกาศเมื่อวันที่ 28 ส.ค. 2552
 






“สามชุก” ตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2437 ในสมัยรัชกาลที่ 5 เดิมชื่ออำเภอ “นางบวช” ตั้งอยู่บริเวณตำบลนางบวช ต่อมาในปี 2457 ต้นรัชกาลที่ 6 ได้ย้ายอำเภอมาตั้งที่บ้าน “สำเพ็ง” ซึ่งเป็นย่านการค้าที่สำคัญในสมัยนั้น จนกระทั่งปี 2481 สมัยรัชกาลที่ 8 ได้เปลี่ยนชื่อจาก “อำเภอนางบวช” มาเป็น “อำเภอสามชุก” และย้ายมาตั้ง อยู่ริมลำน้ำสุพรรณบุรี (ท่าจีน) ซึ่งแยกมาจากแม่น้ำเจ้าพระยา โดยผ่านคลอง มะขามเฒ่า แต่เดิมบริเวณที่ตั้งอำเภอสามชุกเรียกว่า “ท่ายาง” มีชาวบ้านนำของป่าจากทิศตะวันตกมาค้าขายให้กับพ่อค้าที่เป็นชาวเรือ บ้างก็มาจากทางเหนือ บ้างก็มาจากทางใต้ เป็น 3 สาย จึงเรียกบริเวณที่ค้าขายนี้ว่า “ สามแพร่ง “ ต่อมาได้เพี้ยน เป็น สามเพ็ง และสำเพ็งในที่สุด ดังปรากฏหลักฐานกล่าวไว้ในนิทานพื้นบ้านย่านสุพรรณมีเรื่องกล่าวต่อไปว่า ในระหว่างที่คนมารอขายสินค้าก็ได้ตัดไม้ไผ่มาสานเป็นภาชนะสำหรับใส่ของขาย เรียกว่า “กระชุก” ชาวบ้านจึงเรียกว่า “สามชุก” มาถึงปัจจุบัน
 


ตลาดร้อยปีสามชุก นับเป็นตลาดที่เก่าแก่อีกแห่งหนึ่ง มีอายุกว่า 100 ปี เป็นตลาดที่อยู่ในความสนใจขอนักเดินทางอย่างเราๆ ไม่แพ้ตลาดอื่นเลยทีเดียว ลักษณะโดยทั่วไปเป็นห้องแถวไม้ริมแม่น้ำสุพรรณ (ท่าจีน) มีความเป็นอยู่ในลักษณะผสมผสานระหว่างไทย-จีน ลักษณะการก่อสร้างเป็นแนวตั้งฉากกับแม่น้ำ ซึ่งเป็นลักษณะของตลาดจีนโบราณ ในยุคที่ตลาดสามชุกเฟื่องฟูชาวบ้านจะนำสินค้าพื้นเมืองมาแลกเปลี่ยนซื้อขายให้กับพ่อค้าชาวเรือ 
 


ต่อมาเมื่อบริเวณริมแม่น้ำสุพรรณบุรีมีการทำนากันมากขึ้น ตลาดสามชุกจึงกลายเป็นตลาดข้าวที่สำคัญมีโรงสีไฟเกิดขึ้นหลายแห่ง การค้าขายเริ่มคึกคักและมีการขยายพื้นที่เพิ่มเติม ทำให้ในแต่ละปีมีการเก็บภาษีได้เป็นจำนวนมาก และมีนายอากรคนแรกชื่อ ขุนจำนง  จีนารักษ์  (ซึ่งปัจจุบันบ้านของท่านได้เปิดเป็น พิพิธภัณฑ์บ้านขุนจำนงจีนารักษ์ ให้ผู้ที่สนใจได้เข้าชมกัน บ้านหลังนี้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2459 เป็นบ้านไม้ขนาด 3 ชั้น มีการสร้างอย่างประณีตงดงาม แกะสลักไม้ด้วยลวดลายที่อ่อนช้อย ภายในมีรูปภาพเก่าๆ ที่บอกเล่าถึงความเป็นมาของชุมชนสามชุก รวมไปถึงข้าวของเครื่องใช้ โบราณที่หาดูได้ยาก เช่น หมอนรองสูบฝิ่น, ตู้เย็น, โต๊ะ, เก้าอี้ เป็นต้น โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเข้าชม หากแต่เพียงบริจาคทรัพย์คนละเล็กคนละน้อยตามกำลังศรัทธาช่วยในการดูแลรักษาเท่านั้นพอ)
 


ภายหลังได้มีการตัดถนนผ่านสามชุก ส่งผลให้ตลาดเริ่มซบเซา และเมื่อต้องแข่งขันกับห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ และตลาดนัดภายนอก ทำให้ร้านค้าภายในตลาดต้องหาทางปรับตัว และเมื่อราชพัสดุ เจ้าของที่ดินที่ชาวบ้านเช่าที่ดินมายาวนาน ดำริจะรื้ออาคารตลาดเก่า สร้างตลาดใหม่ จึงทำให้ชาวบ้านพ่อค้าที่อยู่ในตลาดสามชุก ครูอาจารย์ที่เห็นคุณค่าตลาดเก่า รวมตัวเป็นคณะกรรมการพัฒนาตลาดสามชุกเชิงอนุรักษ์ระดมความคิด หาทางอนุรักษ์ตลาดและที่อยู่ของตนไว้ และหาทางฟื้นคืนชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง เป็นที่มาของกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ใช้การท่องเที่ยวศึกษาวิถีชีวิตชุมชนดั้งเดิม ประวัติศาสตร์ชุมชน เป็นเครื่องมือการพัฒนาอาคารไม้เก่าแก่ ในตลาดสามชุก
 


จากสถาปัตยกรรม อาคารไม้โบราณที่พบเห็นได้ตลอดแนวทางเดิน 2 ข้างทางเดินในตลาดแล้ว วิถีชีวิตบรรยากาศภายในตลาดการค้าขายที่ยังคงรักษาวิถีแบบดั้งเดิมเช่นในอดีต บรรยากาศเป็นแบบตลาดเก่ามีข้าวของเครื่องใช้แบบเก่าๆ ที่ยังคงสภาพดีที่เราไม่ค่อยได้เห็นกันแล้ว เช่น ของเล่นไขลาน, ตุ๊กตาไม้ไผ่, โมเดลรถและเครื่องบิน เป็นต้น ส่วนร้านค้าหลายร้านในตลาดสามชุกยังคงเอกลักษณ์บ้านเรือนที่สร้างด้วยไม้ แม้จะดูเก่าแก่นับร้อยปีแต่ก็เป็นความเก่าที่ดูไม่น่าเบื่อ เช่น โรงแรมอุดมโชค ที่ตอนนี้ไม่ได้เปิดให้บริการแล้ว แต่สามารถเดินเยี่ยมชมได้ ชั้นล่างถูกดัดแปลงให้เป็นร้านกาแฟร่วมสมัย ส่วนชั้นบนถูกจำลองให้เป็นโรงภาพยนตร์ขนาดเล็ก มีห้องขายตั๋ว และห้องฉายภาพยนตร์สมัยก่อนให้ได้ชมกัน, ร้านศิลป์ธรรมชาติ เป็นร้านถ่ายรูปโบราณและมีกล้องถ่ายรูปโบราณหลากหลายชนิดให้เลือกชมกัน
 


การจัดตกแต่งร้านยังเป็นแบบสมัยก่อน และหากท่านใดสนใจถ่ายภาพย้อนยุคเป็นที่ระลึกทางร้านเค้าก็มีชุดแบบย้อนยุคไว้บริการให้เปลี่ยน ภาพออกมาสวยจนคุณรู้สึกว่าได้ย้อนกลับไปอยู่ในยุคนั้นจริงๆ เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี , อีกร้านนึงที่ไม่ควรพลาดคือ ร้านฮกอันโอสถสถาน เป็นสถานที่ขายยาแผนโบราณเก่าแก่ของที่นี่ ทุกวันนี้ยังคงใช้เครื่องหั่นยาและเครื่องบดยาแบบโบราณในการจ่ายยาให้กับลูกค้า คุณยายเจ้าของร้านก็ยิ้มแย้มแจ่มใสดี
 


นอกจากบ้านเรือนที่เป็นเอกลักษณ์ของชุมชนแห่งนี้แล้วเรื่องอาหารการกินก็ไม่น้อยหน้ากัน ที่นี่มีของให้เลือกทานเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็น ร้านหรั่ง ศรีโรจน์ (ข้าวห่อใบบัว ก๋วยเตี๋ยวยำบก ฯลฯ) , ร้านห่อหมกยกหม้อ, ร้านกาแฟท่าเรือส่ง, ร้านเป็ดย่างป้าเจิด, ร้านหมี่กรอบ รสชาติดี มีพรีเซ็นเตอร์หน้าร้านเป็น “หมี” ที่ทำมาจากหมี่กรอบอัดแน่นเป็นกาละมังเลยก็ว่าได้ สนนราคาอยู่ที่ตัวละ 1,500 บาท ใครสนใจติดต่อทางเจ้าของร้านได้ แต่ต้องรอหน่อยนะเพราะต้องสั่งทำกันล่วงหน้า และมีอีกอย่างหนึ่งที่จะมีขายกันแทบทุกซอยก็คือ “ลูกลานลอยแก้ว” ลูกลานก็คือ ลูกของต้นลาน (ต้นไม้ที่ใช้ใบมาทำพัดเรียกว่า ใบลาน) 40-50 ปีจะออกลูกครั้งนึง พออกลูกมาแล้วต้นก็จะตาย เม็ดเล็กเหมือนไข่มุก มีรสชาติคล้ายๆ กับลูกตาล แต่จะนุ่มและร่วนกว่า
 


อีกสถานที่หนึ่งที่เราอยากจะแนะนำก็คือ เรือนไทยสาคร เป็นเรือนไทยตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 2  ที่ตกทอดกันมาจนถึงรุ่นลูก การเดินทางต้องล่องเรือจากท่าด้านหลังตลาดตรงซอยขายห่อหมกยกหม้อไปยัง บ้านเรือนไทยสาคร ผ่านโรงสี บ้านไม้เก่า วัดสามชุก ดูวิถีชีวิตชาวบ้านในอดีตผ่านคุณลุงเช็งเจ้าของบ้านและเจ้าของเรือ ที่บ้านมีพิพิธภัณฑ์เล็กๆ ที่คุณลุงได้เก็บรักษาของเก่าๆ เอาไว้ตั้งแต่ในสมัยเด็ก เช่น เสื้อตัวแรกที่แม่ตัดให้คุณลุง โต๊ะ เก้าอี้  เปลญวน และภาพเก่าๆ ในสมัยก่อน ของคุณลุงและครอบครัว ในตัวเรือนหลังแรกจัดให้เป็นที่พักแบบโฮมสเตย์ มีการจัดข้าวของห้องครัวเป็นแบบโบราณ ส่วนในเรือนด้านหลังจัดให้เป็นห้องภาพถ่าย ฉายหนังกลางแปลงแบบมินิ โดยใช้เครื่องฉายแบบโบราณ และมีร้านตัดผมบาร์เบอร์รวมอยู่ด้วย
 


เรือนถัดไปด้านขวามีเรือขายกาแฟของคุณพ่อคุณลุงจอดไว้บนบกเป็นอีกมุมหนึ่งที่มีไว้สำหรับถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกัน ด้านในจัดเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวสาคร ซึ่งเป็นร้านของคุณแม่คุณลุง มีร้านขายกาแฟโบราณและร้านขายของชำในอดีต ค่าโดยสารเรือและค่าเยี่ยมชมเพียงคนละ 59 บาทเท่านั้น คุ้มคะได้เห็นในสิ่งที่ไม่เคยเห็น หรือเห็นบางสิ่งที่เคยเห็นแต่เป็นเพียงความทรงจำที่จางๆ และกลับมาชัดอีกครั้งหนึ่งกับที่นี่ “เรือนไทยสาคร”
 


ไม่เพียงแต่ร้านที่กล่าวมาว่าต้องไปชมและไปชิมกันเท่านั้นนะคะ หากมาถึงตลาดสามชุกแล้ว ยังมีสถานที่และร้านอาหารคาวหวาน ที่ทำให้คุณอิ่มตา...อิ่มใจ... และอิ่มท้องกันอีกมาก  รวมไปถึงอัธยาศัยไมตรีของชาวชุมชนตลาดสามชุก ที่ยิ้มแย้มแจ่มใส พร้อมใจต้อนรับนักท่องเที่ยว ให้เข้ามาชมตลาด จนทำให้คุณไม่อยากกลับเลยก็เป็นได้

การเดินทาง
สำหรับเส้นทางที่สะดวกที่สุดในการไปตลาดสามชุก จ.สุพรรณบุรี คือ เส้นออกตลิ่งชัน-บางบัวทอง ไปจนถึงตัวจังหวัดสุรรณบุรีขับตรงตลอด จากนั้นแยกเข้าถนนเส้นทาง 340  แยกเข้า อำเภอสามชุก ตัวตลาดอยู่ริมแม่น้ำสุพรรณติดกับที่ว่าการอำเภอสามชุก เปิดขายทุกวัน ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่คณะกรรมการพัฒนาตลาดสามชุกเชิง อนุรักษ์ โทร 035-504498, 081-6403327, 081-1946708

ไม่ควรพลาด
• เรือนไทยสาคร ขึ้นเรือที่ท่าเรือหลังตลาด ใช้เวลาเดินทางไป-กลับ ประมาณ 1 ชั่วโมง
ติดต่อคุณเช็ง-คุณเข็ม โทร. 08-1303-3674, 08-6751-2686
• ร้านบ้านจักรยาน จำหน่ายจักรยานโบราณ และของเก่ามากมาย  อยู่ติดลานจอดรถสามชุกตลาดร้อยปี ติดต่อเจ้าของร้าน คุณเอ๋  โทร. 08-7161-8915, 08-0302-4102

ขอบคุณที่มา คู่หูเดินทาง






Link ล่าสุด



Link ที่เกี่ยวข้อง



04/04/2013 จำนวนผู้อ่าน 6696 ครั้ง คะแนน0 คะแนน เหมาะกับเด็กวัย : วัยเตาะแตะ (1 - 3 ขวบ)

* กรุณา เข้าสู่ระบบ ก่อนทำการ แสดงความคิดเห็น หรือ สมัครสมาชิก

ชื่อผู้ใช้งาน
รหัสผ่าน
จำผู้ใช้ระบบ

Most View หนูเที่ยว

  1. แนะนำสถานที่เที่ยวกร...

    จำนวนผู้อ่าน 375249 ครั้ง

  2. แนะนำสถานที่เที่ยวกร...

    จำนวนผู้อ่าน 272657 ครั้ง

  3. แนะนำสถานที่เที่ยวกร...

    จำนวนผู้อ่าน 270881 ครั้ง

  4. แนะนำสถานที่เที่ยวกร...

    จำนวนผู้อ่าน 268814 ครั้ง

  5. แนะนำสถานที่เที่ยวกร...

    จำนวนผู้อ่าน 258607 ครั้ง

luminos-media
ubicq
facebook tinyzone
twitter tinyzone
banner
banner